ข้อดีของการซื้อสินค้าจากร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าออนไลน์

ข้อดีของการซื้อสินค้าจากร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าออนไลน์

พฤติกรรมผู้บริโภคปัจจุบันมีการเปลี่ยนจากในอดีต ทำให้นักการตลาดและเจ้าของบริษัทต้องทำความเข้าใจผู้บริโภคให้มากขึ้น เห็นได้จากสินค้าปัจจุบันเราสามารถซื้อผ่านระบบออนไลน์ได้อย่างมั่นใจยกตัวอย่างเช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ในตอนนี้มีจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ และพฤติกรรมผู้บริโภคมีความมั่นใจในการสั่งซื้อระบบนี้กันมากขึ้น ซึ่งเป็นจุดเด่นและเป็นข้อดี ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถมองหาสินค้าที่มีความทันสมัยเป็นรุ่นใหม่ล่าสุด แถมยังมีโอกาสเลือกซื้อสินค้าที่มีการใช้นวัตกรรมใหม่ๆ แต่ยังไม่มีจำหน่ายในประเทศไทย โลกออนไลน์ช่วยทำให้เข้าถึงเทคโนโลยีในต่างประเทศและสินค้า gadget ใหม่ๆได้ทันกับนักช้อปปิ้งทั่วโลก จึงเป็นเหตุให้ ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าออนไลน์ ช่วยตอบโจทย์ความต้องการซื้อสินค้าเพื่อตอบสนองการใช้งานในด้านต่างๆ

ซื้อสินค้าผ่านร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าออนไลน์มีจุดเด่นอย่างไร

  • ได้สินค้ารุ่นใหม่กว่า เพราะการเลือกซื้อสินค้าตามร้านขายแบบออฟไลน์ บางครั้งตัวสินค้าที่โชว์อยู่หน้าร้าน อาจจะเป็นรุ่นที่ยังไม่ได้อัพเดทใหม่ล่าสุด แต่ถ้าซื้อผ่านระบบออนไลน์ประเภทของรุ่นสินค้าจะมีการอัพเดทใหม่กว่า
  • ประหยัดเวลาให้กลับผู้บริโภค เราสามารถติดต่อผ่านระบบออนไลน์เพื่อสั่งซื้อได้ทันที
  • มีหลักฐานการรับประกันหลังการขาย โดยส่วนใหญ่แล้ว ถ้าหากเราไปซื้อตามร้านค้าทั่วไปหรือในห้างสรรพสินค้า จะได้เอกสารในการรับประกัน บางครั้งอาจทำเอกสารหาย แต่ถ้าซื้อผ่านระบบออนไลน์ข้อมูลทุกอย่างจะมีการบันทึกไว้ในระบบ สามารถโหลดเอกสารหลักฐานการสั่งซื้อเช่นใบอินวอยได้ตลอด ซึ่งในส่วนนี้มีผลกับวันเริ่มต้นการรับประกันสินค้า
  • ได้ส่วนลดที่มากกว่า เพราะระบบออนไลน์มักทำโปรโมชั่นร่วมกับธนาคารและบัตรเครดิตโดยเราจะเห็นได้บ่อยครั้ง รวมถึงส่วนลดเครือข่ายโทรศัพท์มือถือเพื่อใช้เป็นส่วนลดให้กับลูกค้า
  • การเช็คข้อมูลราคาผ่านเว็บไซต์ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้เราเปรียบเทียบราคาเพื่อให้ได้เครื่องใช้ไฟฟ้าราคาถูก ซึ่งระบบเว็บไซต์สามารถให้ข้อมูลในส่วนนี้ได้เป็นอย่างดี สามารถนำราคามาเปรียบเทียบได้
  • มีสินค้าหลายยี่ห้อให้เราเปรียบเทียบมากกว่า ยกตัวอย่างเช่นในเว็บไซต์ของshopping mall ขนาดใหญ่ ที่มีการจำหน่ายตู้เย็นภายในร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าออนไลน์ ก็จะมีตู้เย็นหลายยี่ห้อและมีหลายรุ่นให้เลือก เมื่อรวมกันทุกยี่ห้อแล้ว อาจมีให้เลือกมากกว่า 100 รุ่น จึงเป็นช่องทางที่ทำให้เราเปรียบเทียบแต่ละยี่ห้อได้ง่ายกว่า เพราะบางยี่ห้อ function เหมือนกันแต่มีราคาถูกกว่า

ยุคดิจิตอลสามารถช่วยให้เราเข้าถึงข้อมูลที่เราต้องการได้สะดวก รวมทั้งสินค้าและบริการ ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ทำให้เราได้ผลประโยชน์มากกว่า ทั้งด้านราคาสินค้า รุ่นล่าสุด รวมถึงส่วนลดสุดพิเศษ แถมยังมีบริการส่งสินค้าถึงบ้าน จึงเป็นช่องทางที่ดี ที่เราสามารถนำประโยชน์ในในส่วนนี้มาใช้เพื่อให้ได้สินค้าที่ดีที่สุดราคาถูก แถมช่วยประหยัดเงินในกระเป๋ามีเงินเหลือเก็บ

 

เครื่องใช้ไฟฟ้าลดราคา  ซื้อตอนไหนถึงคุ้มที่สุด

เครื่องใช้ไฟฟ้าลดราคา  ซื้อตอนไหนถึงคุ้มที่สุด

เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่เป็นความสะดวกที่มามนุษย์พัฒนาขึ้น โดยในแต่ละปีเราจะได้เห็นนวัตกรรมใหม่ๆของการผลิตที่มีการคิดค้นเพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้ามักมีฟังก์ชั่นใหม่ๆเพิ่มมาอยู่เสมอ หลายท่านจึงนิยมเปลี่ยนเพื่อให้ได้ฟังก์ชันที่ดีกว่า ยกตัวอย่างเช่น ทีวีที่ปัจจุบันได้พัฒนามาเป็น Smart TV สามารถต่ออินเทอร์เน็ตและชมรายการผ่านทางอินเตอร์เน็ตได้แล้ว มีช่อง YouTube Netflix ที่ไว้รับชมหนังผ่านทางจอโทรทัศน์ แถมยังสามารถต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อเล่นเกมออนไลน์ คือความสะดวกที่ให้ประสบการณ์ภาพและเสียงในการเล่นเกมที่เปลี่ยนไป

สำหรับในปัจจุบันนี้ การใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีฟังก์ชั่นทันสมัย จึงช่วยให้การใช้งานตอบโจทย์ชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าเราจะเปลี่ยนทั้งที เราควรจะซื้อตอนไหนถึงจะคุ้มค่ามากที่สุด

การซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่จำเป็นต้องซื้อในพื้นที่ใกล้บ้านอีกต่อไป

ปัจจุบันการเลือกซื้ออุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้านตั้งแต่ชิ้นแรกจนถึงชิ้นใหญ่ สามารถซื้อผ่านระบบออนไลน์ซึ่งช่วยคุณประหยัดเวลาและไม่ต้องเหนื่อยออกไปเลือกสินค้าตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป โดยเฉพาะในต่างจังหวัด บางรุ่นบางยี่ห้อ มีการนำเข้ามาจำหน่ายในพื้นที่เพียงไม่กี่รุ่นเท่านั้น แต่ถ้าคุณซื้อผ่านระบบออนไลน์หรือเว็บไซต์ที่มีจำหน่าย คุณจะพบว่ามีครบเกือบทุกรุ่น เพียงแค่ไม่สามารถเห็นสินค้าตัวจริงได้  ทำให้เป็นข้อได้เปรียบว่าคุณจะได้สินค้าใหม่หรือพบรุ่นใหม่ล่าสุดที่มีการทำออกมาจำหน่ายในเวลานั้น

เคล็ดลับที่จะช่วยให้สามารถซื้อเครื่องไฟฟ้าราคาถูก

ในตอนนี้เว็บไซต์ถูกพัฒนาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคยุคใหม่ ที่มีหลายสไตล์เข้าถึงบริการดิจิตอลเกือบทุกรูปแบบ ทำให้สินค้าที่มีจำหน่ายอยู่บนโลกออนไลน์มีราคาถูกกว่าหน้าร้าน และช่วงเวลาที่มีการจำหน่าย เราจะมีการทำโปรโมชั่นซึ่งในส่วนนี้ เป็นในรูปแบบการทำการตลาดออนไลน์เหมือนกับในต่างประเทศเพื่อการกระตุ้นยอดขายผ่านเทศกาลในช่วงเวลาต่างๆ เป็นการลดราคา โดยการขายช่วงเทศกาลที่ดังที่สุดของสหรัฐอเมริกาคือ black friday ซึ่งช่วงเวลานั้น จะมีสินค้าลดราคามากกว่า 50% จำหน่ายอยู่บนโลกออนไลน์ ทำให้นักช้อปปิ้งทั่วโลกต่างเฝ้ารอช่วงเวลานี้ รวมถึงนักช้อปปิ้งในไทยที่สามารถสั่งสินค้าเข้ามาในประเทศไทยได้ปลอดภัย จึงส่งผลให้การกระตุ้นการตลาดออนไลน์ลักษณะนี้เริ่มใช้ในประเทศไทยอย่างแพร่หลาย

โดยคุณจะเห็นได้ในช่วงเวลา black friday หรือ เทศกาลวันแม่ วันปีใหม่วันสงกรานต์ วันที่ 7 เดือน 7 วันที่ 8 เดือน 8 วันที่ 9 เดือน 9 ที่มักจะมีการทำส่วนลดพิเศษในเว็บไซต์โดยเฉพาะเว็บ shopping mall ขนาดใหญ่อย่าง shopee lazada หรือแม้แต่เจดีเซ็นทรัล จึงเป็นช่วงเวลาของการ shopping ที่จะสามารถซื้อสินค้าได้ในราคาถูก แถมยังมีการร่วมการกระตุ้นยอดขายกับบัตรเครดิตต่างๆที่มอบเป็นส่วนลดพร้อมบริการผ่อน 0% จึงเป็นโอกาสอันดีที่คุณสามารถนำเคล็ดลับนี้ไปใช้ในการเลือกซื้อให้ได้ราคาถูก

หลอดไฟเสีย กระพริบ ซ่อมและเปลี่ยนอย่างไร ซ่อมยากไหม

หลอดไฟเสีย กระพริบ ซ่อมและเปลี่ยนอย่างไร

หลอดไฟเสีย

ในทุกๆบ้านย่อมมีหลอดไฟอยู่ในบ้าน แน่นอนว่าต้องมีเสียหายบ้างเป็นธรรมดาตามอายุการใช้งาน และเมื่อ หลอดไฟเสีย ยังไงก็ต้องรีบแก้ไข เพราะถือว่ามีความสำคัญค่อนข้างมากภายในบ้าน เพราะหากไม่มีหลอดไฟแล้วก็คงจะมืดและดำเนินชีวิตประจำวันลำบากพอสมควรเลย มาเริ่มกันเลย ก่อนอื่น เรามาแยกประเภทของหลอดไฟกันก่อน เพื่อจะได้แยกอาการต่างๆให้ดูง่ายขึ้น

ประเภทของหลอดไฟ ที่มีใช้กันในปัจจุบัน

- หลอดฟลูออเรสเซนต์ (Fluorescent) หรือบางคนเรียกว่าหลอดนีออน ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงก่อนหน้านี้ เรียกได้ว่าทุกๆบ้านจะต้องมีอย่างแน่นอนเลย เพราะเป็นหลอดที่ให้ความสว่างได้ดี ทนทานและราคาไม่แพงด้วย
- หลอดคอมแพคฟลูออเรสเซนต์ (compact fluorescent) หรือเรียกว่าหลอดตะเกียบ โดยจะมีขั้วหลอดเป็นเกลียวเอาไว้หมุนเข้าไปติดกับขั้ว ตัวหลอดจะเป็นแก้วกลมๆเล็กๆขดไปมาในรูปแบบต่างๆ โดยในช่วงแรกที่ออกมาใหม่ๆ ลักษณะจะคล้ายกับตะเกียบ หลายคนเลยเรียกติดปากกันมา แต่ตอนนี้เริ่มมีเป็นหลอดทอร์นาโด เพราะลักษณะคล้ายๆพายุทอร์นาโด โดยหลอดแบบนี้กินไฟน้อยเมื่อเทียบกับแสงสว่างที่ได้ ถือว่าคุ้มมาก ร้อนน้อยกว่าหลอดไส้ในสมัยก่อน มีทั้งแสงขาว (Daylight) และ แสงสีแดด (Warm white) ซึ่งการสามารถเลือกได้ตามใจชอบ
- หลอด LED หลอดประเภทนี้เพิ่งมีเข้ามาในประเทศไทยได้ไม่นาน แต่ก็ครองตลาดได้อย่างรวดเร็วเพราะมีข้อดีกว่า 2 ประเภทแรกหลายอย่างเลย เช่น กินไฟน้อยกว่า สว่างมากกว่า ทนการหลายเท่าตัว ติดง่ายกว่า เป็นต้น หลายๆคนหลายๆบ้านที่ หลอดไฟเสีย ก็เปลี่ยนและหันมาใช้หลอด LED กันหมด เมื่อก่อนอาจจะราคาค่อนข้างสูง แต่ในตอนนี้เริ่มปรับลงมาเท่าๆกันแล้ว ก็สามารถหาซื้อไปใช้กันได้เลย

วิธีการตรวจสอบ หลอดไฟเสีย

ส่วนประกอบของหลอดไฟหลักๆแล้วมีอยู่ 5 ส่วนก็คือ หลอดไฟ สตาร์ตเตอร์ บัลลาสต์ รางหรือขายึดหลอด สายไฟภายใน โดย 2 ส่วนหลังนี้โอกาศเสียน้อยมากๆ แต่ 3 ส่วนแรกมีโอกาศเสียพอๆกัน โดยเราสามารถตรวจสอบได้ดังนี้

1. การตรวจสอบหลอดนีออน
ตัวหลอดมีโอกาศเสียมากที่สุด เพราะมีอายุการใช้งานจำกัดอยู่ที่ประมาณ 20,000 ชั่วโมง หากเปิดแล้วไม่ติดเลย แล้วบริเวณขั้วทั้ง 2 ด้านมีสีดำแล้ว ก็แปลว่าหลอดเสียแน่นอน แต่หาขั้วหลอดยังไม่ดำ แนะนำให้ลองขยับดูเล็กน้อยหรือลองสลับไปใส่กับขาของดวงอื่นดูว่าติดหรือไม่ เพราะบางทีอาจจะเกิดจากขั้วหลวมก็เป็นได้

2. การตรวจสอบสตาร์ตเตอร์
เป็นตัวที่มองภายนอกไม่สามารถบอกอาการได้ว่าเสียหรือไม่ ไม่ยากเลย เพียงแค่ถอดออกไปใส่แทนชุดที่ติดปกติแล้วดูว่าเปิดไฟติดได้หรือไม่ เพราะตัวสตาร์ตเตอร์ทัน ถอดออกมาง่าย เปลี่ยนสลับไปมาได้ง่ายๆ

3. การตรวจสอบบัลลาสต์
ตัวนี้ก็ถือว่าค่อนข้างเสียยากมากที่สุด ในการตรวจต้องมีเครื่องมือก็คือ ใช้ไขควงวัดไฟวัดที่บัลลาสต์ โดยแตะไปที่ขั้วทั้ง 2 ทีละขั้ว ถ้าหากไม่มีไฟ ก็แสดงว่าเสีย สามารถหามาเปลี่ยนใหม่ได้เลย อีกกรณีคือ มีกลิ่นไหม้หรือรอยไม้ที่ขั้ว ก็ต้องหามาเปลี่ยนใหม่เช่นกัน

อาการแปลกๆที่พบได้เมื่อมีบางอย่างเสีย

1. เมื่อเปิดแล้วแสงไฟกระพริบตลอดเวลา อันนี้เกิดได้หลายสาเหตุ
- ลองสลับสตาร์ตเตอร์จากหลอดที่ปกติมาใส่แทนดูก่อน ถ้าหายก็หาสตาร์ตเตอร์ตัวใหม่มาใส่
- เกิดกับหลอดไฟที่ซื้อมาใหม่ อาการนี้ ปล่อยทิ้งไว้จะหายไปเอง
- แรงดันไฟฟ้าต่ำ ตก หรือไม่พอ หลอดก็จะกระพริบได้เช่นกัน อันนี้ไม่เกี่ยวกับตัวหลอด

2. เวลาเปิดไฟ แต่ใช้เวลานานกว่าหลอดจะติดดี
- กรณีแรก สตาร์ตเตอร์เสีย ให้ลองเปลี่ยนดูก่อนได้เลย
- กรณีต่อมา หลอดไฟเสื่อม สังเกตจากขั้วหลอดทั้งสองด้านว่าดำแล้วหรือยัง ถ้าดำแล้วก็เปลี่ยนหลอดใหม่ดูได้เลย

3. มีเสียงดังออกมาหึ่งๆ เวลาที่เปิดไฟ
- มักเกิดกับหลอดไฟที่ไม่ได้ใช้นานๆ ปล่อยเอาไว้จะหายไปเอง
- หาก 2-3 ชั่วโมงยังไม่หาย ควรเปลี่ยนบัลลาสต์เพราะขดลวดจะเริ่มหลวมแล้ว

4. ขั้วหลอดไฟดำ
- หากเป็นหลอดเก่าก็รอดเปลี่ยนใหม่ได้เลย
- หากเป็นหลอดใหม่และดำเร็วกว่าปกติ เกิดจากบัลลาสต์ลัดวงจร ควรหามาเปลี่ยนโดยเร็ว

5. อาการอื่นๆนอกเหนือจากนี้
- ขาจับหลอดอาจจะถ่างออกจนไม่สัมผัสกับขั้วหลอด ให้หาเทปพันสายไฟมาแปะไว้ไม่ให้ถ่างออก
- ขาจับหลอดมีรอยไหม้ ควรเปลี่ยนขาจับหลอดใหม่

วิธีการเปลี่ยนหลอดไฟที่เสีย ทุกครั้งต้อง ปิดสวิทต์ไฟก่อน

1. การเปลี่ยนหลอดไฟ ถ้าเป็นขาสปริงค์ให้ดันไปด้านใดด้านหนึ่งก่อนแล้วจึงดึงลงมา ถ้าเป็นขาแบบเก่าให้หมุนหลอดไฟจนขั้วตรงร่องแล้วดึงลงมาได้เลย ส่วนตอนใส่ก็ทำย้อนกลับเข้าไปทั้งสองแบบ
2. การเปลี่ยนสตาร์ต อันนี้ง่ายๆแค่หมุนเล็กน้อยก็จะหลุดล็อคและดึงออกมาได้เลย ตอนใส่ก็หมุนกลับเข้าไปให้เข้าล็อค หมุนประมาณ 90 องศาหรือไม่เกินครึ่งรอบ
3. การเปลี่ยนบัลลาสต์ อันนี้จะยากหน่อย ภาวนาให้ไม่เสียจะดีที่สุด แต่หากเสียแล้วก็ไม่มีทางเลือก เริ่มจากปิดสวิทซ์ไฟก่อน หากใครไม่มั่นใจจะสับไฟทั้งบ้านก็ได้ และไม่ควรจับส่วนที่เป็นทองแดงในขณะที่ทำ ถอดฝาครอบออกก่อน ตัวบัลลาสต์จะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า จากนั้นให้ถอดสายที่ต่อกับบัลลาสต์ออกก่อน (แนะนำว่าถ่ายรูปไว้ด้วย เพราะตอนใส่กลับจะได้ถูกเส้น) จากนั้นถอดบัลลาสต์ออกจากราง ใส่ตัวใหม่เข้าไป ตามด้วยต่อสายกลับเหมือนเดิมและปิดฝาครอบ จากนั้นทดลองเปิดไฟดู เป็นอันเสร็จ

หลอดตะเกียบ
อันนี้เสียก็ชัดเจนคือไม่ติด การเปลี่ยนก็ง่ายมากๆเพราะขั้วเป็นเกลียว แค่หมุนเกลียวออกมา ส่วนหลอดใหม่ก็หมุนกลับเข้าไป ที่สำคัญก็คือต้องปิดสวิทต์ไฟก่อนทำด้วย

หลอด LED
อันนี้จะมีทั้งแบบขั้วเกลียวและแบบหลอดนีออน ซึ่งอาการเสียของหลอด LED จะเหมือนกันทุกแบบ คือดับไปเลย การเปลี่ยนก็เปลี่ยนแต่หลอดได้เลย เพราะตัวหลอดต่อกับไฟโดยตรง ไม่ได้ผ่านอุปกรณ์เยอะมากมายแบบแบบหลอดนีออน ก็ถือว่าง่ายและทนที่สุดที่มีให้เลือกใช้ในตอนนี้เลยทีเดียว